การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต

 

สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของแหล่งที่อยู่ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดและชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นด้วยกระบวนการนี้เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต(Succession) ซึ่งมีสภาพและอิทธิพลของภูมิศาสตร์และภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจะถึงสังคมขั้นสุดท้าย ที่ไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป  เรียกว่า  สังคมสิ่งมีชีวิตขั้นสุด (Climax   community)

การเปลี่ยนแปลงแทนที่เกิดได้  2  ลักษณะ  คือ

1. Primary  succession

เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นปฐมภูมิ คือการเปลี่ยนแปลงแทนที่จากแหล่งที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อนเลย เช่น บนกองทราย บนก้อนหิน แหล่งที่มีภูเขาไฟเกิดใหม่

2. Secondary  succession  

เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นทุติยภูมิ ที่เริ่มมาจากแหล่งที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ก่อนแล้วและสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกทำลายไป ด้วยการกระทำของธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ก็ได้  แล้วเกิดมีสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่เจริญขึ้นมาแทน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เช่น แหล่งน้ำที่มีตะกอนทับถมจนตื้นเขิน เปลี่ยนแปลงไปเป็นป่าไม้ในที่สุด หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เกิดไฟป่า ป่าไม้ถูกไฟเผาทำลาย กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า เป็นต้น

 

การเปลี่ยนแปลงแทนที่  มี  2  แบบ  คือ

1.  การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในห้องปฏิบัติการ

เป็นการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของโพรโตซัวในขวดเลี้ยงที่ใส่น้ำต้มฟาง โดยหั่นฟางข้าวใส่ในภาชนะ แล้วใส่น้ำ นำไปต้มให้เดือด หลังจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำน้ำจากบ่อเทลงในขวดน้ำเลี้ยงเล็กน้อยต่อมาจึงนำน้ำเลี้ยงไปตรวจอยู่เสมอ จะพบสิ่งมีชีวิตตามลำดับดังนี้แบคทีเรีย,โพรโตซัวพวกแฟลเจลเลต , โพรโตซัวโคลปาดา , พารามีเซียมและสาหร่าย  เป็นต้น  ที่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เพราะสภาพของน้ำเปลี่ยนเป็นกรดเบส (pH)  มากขึ้น

2.  การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในสภาพธรรมชาติ   

เกิดได้  2  ลักษณะ คือ

2.1  การเปลี่ยนแปลงแทนที่ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ

เริ่มจากที่แห้งแล้ง  (Xeric  site)  เรียกว่า  Xerach succession ซึ่งใช้ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงยาวนานมาก เช่น บริเวณที่เป็นหิน ส่วนใหญ่จะมีไลเคนและสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสิ่งมีชีวิตพวกนี้ นับว่า เป็นผู้บุกเบิกพวกแรกซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

2.1.1  พวกบุกเบิก  เกิดครัสโตสไลเคน (Crustose 

lichens)

2.1.2 พวกโฟลิโอสไลเคน (Foliose lichens)

2.1.3  พวกมอส (Moss)

2.1.4  พวกพืชล้มลุก (Herbs)

2.1.5  พวกไม้พุ่ม (Shrub)

2.1.6  พวกไม้ยืนต้น  (Tree)

กลุ่มสังคมสิ่งมีชีวิตขั้นสุด (Climax community)มีคุณสมบัติดังนี้

- มีกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลายชนิด

-  มีกลุ่มเด่นปรากฏชัดเจน

-  มีสภาพแวดล้อมคงตัว

2.2  การเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่เริ่มต้นจากแหล่งน้ำ 

(Hydric  site)

เริ่มต้นจากบ่อน้ำ  มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

2.2.1  พวกโพรโทซัว สาหร่าย แหน จอก และพวก

พืชขนาดเล็กๆ

2.2.2  พืชลอยน้ำ  หอย  ปลาบางชนิด  แมลง 

หนอน  และแมลงปอ

2.2.3  พืชใต้น้ำ

2.2.4  กบและแมลงหลายชนิด พืชทั้งใต้น้ำและเหนือน้ำ

2.2.5  ไม้ยืนต้น  นก  และสัตว์บก

2.2.6  สภาพบ่อกลายเป็นพื้นดินที่ไม้ยืนต้นและสัตว์บก

ปัจจัยที่ทำให้สังคมสิ่งมีชีวิตขั้นสุดเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเสียสมดุล

1.  ปัจจัยที่เกิดจากธรรมชาติ  ได้แก่

-  การเกิดไฟไหม้ป่า

-  การเกิดน้ำท่วม

-  ความเข้มของแสงที่เปลี่ยนแปลงไป

-  ภูเขาไฟระเบิด

-  แผ่นดินไหว  

2. ปัจจัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์

การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ

-  การทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขา

-  การโค่นถางป่า

-  การทำลายป่า

-  การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำ

-  การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขาย